ประวัติ Autobiography

ฐิฎา รังสิตพล มานิตกุล

พันโทหญิง ฐิติยา รังสิตพล (ผู้พันปราง) รองเลขาธิการพรรคความหวังใหม่

เกิดเมื่อ วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2509
ธิดา นายสุขวิช – นางผิวผ่อง รังสิตพล มีน้อง 2 คน
1. นาวาตรีหญิง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิง ฐิติพร สุวัฒนพงศ์เชษฐ อาจารย์ประจำคณะแพทย์ศาสตร์ รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
2. ดร.ณัฐพล รังสิตพล ข้าราชการประจำกระทรวงอุตสาหกรรม

การศึกษา

ประถมศึกษา : โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย
มัธยมศึกษา : โรงเรียนสาธิต แห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ปทุมวัน) สอบเทียบได้ประกาศนียบัตร ชั้นมัธยมปลายหลักสูตรเทียบเท่า ของกระทรวงศึกษาธิการ
ปริญญาตรี : เศรษฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปริญญาโท : บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (สาขาบริหารงานอุตสาหกรรม) มหาวิทยาลัยดัลสัส

การทำงาน

ปี 2531 : สอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือน ชั้นสัญญาบัตร

ปี 2532 : เป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม ได้รับพระราชทานยศร้อยตรีหญิง ตำแหน่งนายทหารแปลกองภาษาต่างประเทศ กรมข่าวทหารกองบัญชาการทหารสูงสุด

ปี 2532 : ได้รับพระราชทานยศร้อยโทหญิง ตามคุณสมบัติสำเร็จการศึกษาปริญญาโท ตำแหน่งประจำกองวิเทศสัมพันธ์กรมข่าวทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด

ปี 2537 : ได้รับพระราชทานยศพันตรีหญิง ตำแหน่งประจำแผนกผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารไทย กองการทูตฝ่ายทหาร สำนักงานวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด

ปี 2540 : ได้รับพระราชทานยศพันโท หญิง ตำแหน่งประจำสำนักงานเสนาธิการทหารวั นที่ 24 พฤศจิกายน 2540 ลาออกจากราชการ หลังจากรัฐธรรมนูญฉบับ ประชาชน ประกาศใช้เพื่อทำงานการเมือง

ทางธุรกิจ

เจ้าของและผู้บริหารบริษัท COMMUNICATION ROAD โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ทางการเมือง

ปี 2539-2540 : โฆษกสำนักรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม

ปี 2541-2542 : รองประธานคณะกรรมการ เขตกรุงเทพมหานคร พรรคความหวังใหม่

ปี 2542-2543 : รองโฆษกพรรคความหวังใหม่

ปี 2543 : รองเลขาธิการพรรคความหวังใหม่

อื่น ๆ

ประธานมูลนิธิปฏิรูปสังคมและการศึกษา
ประธานรุ่นเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ รุ่น 15

กิจกรรมทางการเมือง

ร่วมคณะไปดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น ขณะที่นายสุขวิช รังสิตพลเป็นผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และประธานองค์การรถไฟฟ้ามหานคร (รถไฟใต้ดิน) ปี 2536 ก่อนที่จะนำ โครงการรถไฟฟ้าใต้ดินที่กำลังก่อสร้างในปัจจุบัน เข้าขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรีรัฐบาลชวน 1 และได้รับอนุมัติในเดือนแรกของรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา ในโครงการรถไฟหัวกระสุนแห่งแรก (ชินกันเซน แบบญี่ปุ่น) ที่ไปเชียงใหม่ ซึ่งจะเป็นแห่งแรกในอาเซียน และโครงการรถไฟฟ้าขนาดเบา ที่จังหวัดเชียงใหม่ไม่ได้รับการส านต่อ จากผู้ที่อาสาแก้ไขจราจรใน 6 เดือน ช่วงปี 2538 ทั้ง 2 โครงการ

ในตำแหน่ง โฆษกกระทรวงกลาโหม (รัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา) (พ.ศ. 2538 – 2539)
ทำหน้าที่โฆษกกระทรวงกลาโหม ในวาระที่พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปเยี่ยมคารวะพลเอก ซอ หม่อง และ พลโท ขิ่น ยุ้น ณ สหภาพพม่า ในกันยายน 2538
ทำหน้าที่โฆษกกระทรวงกลาโหม ในวาระที่พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีร่วม ทั้ง 2 ท่าน ณ ประเทศกัมพูชา ประชาธิปไตย ในกันยายน 2538
ทำหน้าที่โฆษกกระทรวงกลาโหม ในวาระที่พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปเยี่ยมคารวะประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการทหารสูงสุด ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน ในตุลาคม 2538
ทำหน้าที่โฆษกกระทรวงกลาโหม ในวาระที่พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปเยี่ยมคารวะนายก รัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารสูงสุด ณ ประเทศสิงคโปร์ ในมีนาคม 2539
ลงเรือท้องแบนของกองทัพเรือ มอบชุดบรรเทาทุกข์ ให้พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา คลองชักพระ คลองบางกอกน้อยฯลฯ ในปี 2538
นำสิ่งของชุดบรรเทาทุกข์ มอบให้พี่ น้อง ประชาชน บริเวณฝั่งธนบุรี ปทุมธานี และจังหวัดนนทบุรี ฯลฯ รวมถึงหน่วยทหารที่ประสบภัยน้ำท่วม ในปี 2538
(ในตำแหน่ง โฆษกสำนักรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม) รัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ 2539-2540
เป็นผู้แทนคณะนายทหารหลักสูตรข่าวกรองยุทธศาสตร์ เข้าเยี่ยมคารวะเจ้ากรมข่าวทหารอินโดนีเซีย ในมีนาคม 2540
ประชาส ัมพันธ์ให้สาธารณชนเข้าใจถึงความจำเป็น ที่ทหารต้องจัดหาดาวเทียมไว้ใช้ในกิจการทางทหาร เพื่อที่จะสังเกตการณ์ ได้ครอบคลุมพื้นที่ทุกตารางเมตรของประเทศไทย แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากบริษัทที่ได้รับสัมปทานดาวเทียม พยายามโจมตีกองทัพว่าสิ้นเปลืองงบประมาณ ทำให้ปัจจุบันกองทัพจำเป็นต้องเช่า ช่องดาวเทียมทหารของประเทศอื่นแทน โดยจับภาพได้เพียง 900 ตารางเมตร และโคจรผ่านเพียงแค่เดือนละ 2 ครั้ง ซึ่งทำให้ไม่สามารถมองเห็น การวางกับระเบิด ไฟไหม้ป่า หรือเส้นทางลำเลียงของขบวนการค้ายาเสพติด ทั้งนี้ถ้าพรรคความหวังใหม่เป็นรัฐบาล จะยกเลิกสัมปทานดาวเทียมให้รัฐทำเอง เพื่อผลประโยชน์จะได้เป็นของรัฐ
ในฐานะบุตรสาว ของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายสุขวิช รังสิตพล)
ได้ติดตามบิดาไปปฏิบัติภารกิจต่างๆ (ในวันหยุดราชการและวันลาหยุดราชการ) ในประเทศและต่างประเทศ
ร่วมคณะตรวจเยี่ยมการปฏิบัติการของหน่วยเสมาบริการ ที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วมปี 2538 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ หนองคาย อุดรธานี แพร่ พิษณุโลก และอยุธยา เป็นต้น
ร่วมตรวจเยี่ยม อยุธยามรดกโลกเพื่อ จัดการซ่อมแซมให้เหมือนเดิม จากน้ำท่วมปี 2538 ได้รับเงินช่วยเหลือจาก UNESCO
ร่วมคณะตรวจเยี่ยม วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ทั่วประเทศ ในโครงการเกษตรเพื่อชีวิต มี 45 แห่ง เช่น เชียงราย นครพนม เพชรบุรี นครศรีธรรมราช สระแก้ว ฯลฯ ปี 2538
ร่วมคณะปฏิรูปการศึกษา เพื่อหาข้อมูลในการผลักดันกระทรวงศึกษาแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติแล้ว และเพื่อผลักดันให้ประชาชนได้รับการศึกษาฟรี 12 ปี โดยรัฐจัดให้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในรัฐธรรมนูญ รวมถึงการให้เรียนภาษาอังกฤษและคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ประถมศึกษา ปี 2538
ร่วมคณะตรวจเยี่ยมโรงเรียนที่ได้รับเงินอุดหนุน ในการจัดซื้ออุปกรณ์ เพื่อห้องปฏิบัติการทางภาษา และห้องคอมพิวเตอร์ ปรากฏว่าในจำนวนเงินที่เท่ากัน หลายโรงเรียนจัดได้อย่างส มบูรณ์ และมีเพียงบางโรงเรียนที่ไม่เพียงพอ ดังนั้นทำให้ดิฉันเชื่อมั่นในความซื่อส ัตย์ของคนไทย และการกระจายงบประมาณ ไปยังโรงเรียนตามนโยบายของบิดา เพื่อให้โรงเรียนจัดซื้ออุปกรณ์เรียนเอง หากดิฉันได้รับเลือกเป็นผู้แทนกรุงเทพมหานคร จะนำนโยบายการกระจายงบประมาณมาใช้กับชุมชน โดยจะผลักดันงบประมาณให้ทุกชุมชนในกรุงเทพมหานคร และตามรัฐธรรมนูญนั้น จะกระจายงบประมาณสู่ท้องถิ่น 30% ถ้ากรุงเทพมหานครมีงบประมาณ 25,000 ล้าน การกระจายงบประมาณส ู่ชุมชน จะทำให้แต่ละชุมชนพัฒนาได้มาก
ร่วมคณะไปประชุมกับธนาคารโลก เพื่อขอช่วยเหลือด้านการเงินในการตั้งกองทุน เพื่อแก้ไขปัญหา หนี้สินครู สิงหาคม 2539
ร่วมคณะไปดูงานด้านเทคโนโลยีการเกษตรที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำมาพัฒนาเป็นวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสอนโครงการเกษตรเพื่อชีวิต กันยายน 2539 ปัจจุบันเด็กที่จบหลักสูตรนี้ประเทศ อิสราเอลจ้างไปทำงานที่อิสราเอลด้วยเงินเดือน 30,000 บาท
ร่วมคณะไปประชุม SEAMEC (South East Asia Member of Education Council) และได้เข้าร่วมพิธีมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิต และสดุดีให้นายสุขวิช รังสิตพลเป็นรัฐมนตรีศึกษาดีเด่นของกลุ่มอาเซียน ณ ประเทศฟิลิปปินส์ กุมภาพันธ์ 2540 (ในขณะที่สภาไทยจัดอภิปรายไม่ไว้วางใจ)
ร่วมคณะดูระบบการศึกษา และพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประเทศ สหราชอาณาจักร (อังกฤษ) มีนาคม 2540
ร่วมคณะไปดูงานด้านเทคโนโลยีการเกษตรที่ประเทศเดนมาร์ก เพื่อนำมาพัฒนาโครงการเกษตรเพื่อชีวิต มีนาคม 2540
ร่วมคณะไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อขอเป็นตัวแทนจัดโอลิมปิก ขณะที่นายสุขวิช รังสิตพล ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการจัดงานเอเชี่ยนเกมส์ มิถุนายน 2540
ร่วมคณะเพื่อดูงานด้านการศึกษา และพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประเทศสาธารณรัฐโรมาเนีย เพื่อนำบุคลากร ค่าจ้างต่ำแต่มีความสามารถ มาช่วยพัฒนาด้านฝีมือแรงงานของกรมอาชีวะฯ (ช่างไม้, ทอพรม, เจียระไนแก้ว) มิถุนายน 2540
ในตำแหน่ง รองประธานคณะกรรมการ เขตกรุงเทพมหานครพรรคความหวังใหม่ (2541)
รับผิดชอบการทำงานการเมืองของพรรคความหวังใหม่ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฝั่งพระนคร จำนวน 26 เขตเลือกตั้ง
ดูแลพื้นที่เขต 13 (เขตมีนบุรี, คลองสามวา, หนองจอก, ลาดกระบัง) ซึ่งมีขนาด 1 ใน 3 ของพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด โดยการลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ตลอดจนแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือปรับปรุงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะทำการลอกท่อระบายน้ำ กำจัดยุง ทำความสะอาด หรือปรับปรุงถนน ในทุกชุมชนที่ร้องขอ เช่น ประสานงานกับหน่วยทหาร ปรับปรุงถนนคลองลำไผ่ คลองหนึ่ง คลองสอง คลองสี่ ฯลฯ
ติดตามผลงานโครงการต่าง ๆ ที่นายสุขวิช รังสิตพล อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ผลักดัน ตัวอย่างเช่น โครงการปรับปรุงถนนนิมิตรใหม่ ถนนฉลองกรุง การวางท่อประปาเชื่อมต่อจากสายหลักเข้าสู่ชุมชนต่าง ๆ 400 กม. จากบางกะปิ ถึงมีนบุรี และจัดให้มีรถโดยส ารปรับอากาศ าย 28-29 ระหว่างมีนบุรีถึงหนองจอก
ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองตนเอง โดยให้คำแนะนำ และประสานงานเกี่ยวกับการจัดตั้งชุมชน ให้ถูกต้อง ตามระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยกรรมการชุมชน พ.ศ. 2528 จนประสบผลสำเร็จ ได้แก่ หมู่บ้านร่มทิพย์ หมู่บ้านร่วมสุข หมู่บ้านเพชรไพลินวิวล์ ฯลฯ
จัดจำหน่ายสินค้าคุณภาพดี ราคาถูก ให้กับประชาชนในพื้นที่เขต 13 เขตวังทองหลาง เขตสะพานสูง เขตคันนายาว เขตสวนหลวง เขตประเวศ เขตบึงกุ่ม และเขตบางกะปิ ฯลฯ
จัดงาน *พรรคความหวังใหม่ ต้านภัยยาเสพติด* เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2541 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ โครงการ *รักในหลวง ห่วงลูกหลาน ช่วยกันต้านยาเสพติด* ที่ตลาดมีนบุรี
สัมมนาในหัวข้อเรื่อง *ความหวังใหม่ของชุมชน* ให้กับประชาชนและคณะกรรมการจากชุมชนต่าง ๆ โดยมีจุดประสงค์ในการให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมาย และผลประโยชน์ที่พึงจะได้รับ ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างชุมชน เมื่อมกราคม 2542
สัมมนาในหัวข้อเรื่อง *พรรคความหวังใหม่ พรรคของชาวมุสลิม* ของเขตมีนบุรี คลองสามวา หนองจอก ลาดกระบัง โดยเชิญกลุ่มวาดะห์ พรรคความหวังใหม่ เมื่อกุมภาพันธ์ 2542
ในตำแหน่ง รองโฆษกพรรคความหวังใหม่ (2542)
นำชุดแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการประชาชนในหมู่บ้านจัดสรร และชุมชนทุกแห่ง ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการหมู่บ้านและชุมชน ในพื้นที่มีนบุรี คลองสามวา ให้นางอมริสา ตัณสถิตย์ ดูแลพื้นที่คันนายาว สะพานสูง ให้ พญ.เพชรดาว โตีะมีนา ดูแลพื้นที่หนองจอก ลาดกระบัง ส่วนพื้นที่สวนหลวง ประเวศ เริ่มดูแลเองในปี 2543 เพราะหมอที่ดูแลย้ายไป พรรคอื่น
ประสานงานกับการเคหะแห่งชาติ ในการจัดสรรงบประมาณ เพื่อนำมาบรรเทาความเดือดร้อน และพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชนต่าง ๆ โดยการจัดทำถนน และลานกีฬา เช่น
– ปรับปรุงถนนและท่อระบายน้ำชุมชนริมคลองแสนแสบ
– ปรับปรุงทางคนเดินคอนกรีตในชุมชนนันธิสา ชุมชนหมู่ 9 แขวงทับยาว
– ปรับปรุงลานอเนกประสงค์ชุมชนหมู่บ้านอัญชลี หมู่บ้านสินธานี 2 หมู่บ้านเพชรไพลินวิวล์ หมู่บ้านจินดาทาวน์ หมู่บ้านปรีชา 11 หมู่บ้านลีลา ชุมชนมะฮัดซีรฟุ้ลอิสลาม ชุมชนมัสยิดเราะห์มาตุ้ลอิสลามียะห์ ชุมชนอันนูรอยด์ ชุมชนนูรุ้ลพัฒนา ชุมชนคู้ล่าง สร้างสรรค์ ชุมชนสุเหร่าบ้านเกาะ ชุมชนรินทร์ทอง ชุมชนศรีมีน และชุมชนซอยศาสนาหมู่ 2 ฯลฯ
– ปรับปรุงถนน ชุมชนบ้านพร้อมสูตร ชุมชนวัดใหม่ลำนกแขวก ทางเข้าวัดแสนสุขชุมชนซอยตาหวาน ชุมชนอันนูรอยด์ ชุมชนคลองตะโหนด ชุมชนหมู่ 17 และ หมู่ 18 แขวงแสนแสบ ชุมชนหลังวัดแสนสุข ชุมชนโซีะมีนร่วมพัฒนา ชุมชนแสงวิมาน ชุมชนหลงบางพลี (วัดพลมานิตย์) ชุมชนสุกกาทอง ชุมชนสุกกาทอง 2 ฯลฯ
– ปรับปรุงทางเดิน คสล. ชุมชนหลังหมู่บ้านบัวขาว, ชุมชนริมคลองสามวา ฯลฯ
– จัดหาตู้เก็บถังดับเพลิงและเครื่องดับเพลิง ชุมชนอันนูรอยด์ ชุมชนริมคลองสามวา ชุมชนคลองตะโหนด ชุมชนหมู่ 17 หมู่ 18 แขวงแสนแสบ ชุมชนนูรุ้ลพัฒนา ชุมชนหลังวัดแสนสุข ชุมชนแสงวิมาน ชุมชนคู้ล่างสร้างสรรค์ ฯลฯ
– ประสานงานกับกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงอุตสาหกรรม ในการดำเนินการปรับปรุงบ่อน้ำบาดาล ให้กับมัสยิดดารุลสลาม (คลองแปด) มัสยิดดารุสสะอาดีะห์ (คลองสี่) เจาะบ่อน้ำบาดาลให้กับประชาชนหมู่ที่ 5 แขวงทรายกองดิน ฯลฯ
ร่วมหาเสียงสมาชิกสภาเทศบาลอุบลราชธานี (กลุ่มรักอุบล) ในฐานะรองโฆษกพรรคความหวังใหม่ แข่งกับทีม ส.ส.ความหวังใหม่ที่ถูกดูดไปอยู่พรรครวย ผลการเลือกตั้งได้รับชัยชนะ 23 ต่อ 1 มีความภูมิใจมาก ที่ชาวอุบลราชธานีที่เป็นถิ่นกำเนิดของมารดา ซื้อเสียงไม่ได้
สัมมนาในหัวข้อเรื่อง *ครูในฐานะ วิศวกรของสังคม* ให้กับครูจากโรงเรียนต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร เพราะเล็งเห็นว่าครูเป็นกำลังสำคัญ ที่จะพัฒนาอนาคตของประเทศ ตุลาคม 2542
สัมมนาในหัวข้อเรื่อง *ความหวังใหม่กับชาวมุสลิม* โดยเชิญ อ.วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภามาให้ความรู้กับผู้นำทางศาสนา ในเขตสะพานสูง เขตคันนายาว เขตสวนหลวง เขตประเวศ พฤศจิกายน 2542
ร่วมประชุมสัมมนาในหัวข้อเรื่อง ผู้หญิงกับการเมืองของกลุ่มสตรีเอเชียแปซิฟิก ณ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อตุลาคม 2542
สัมมนาในหัวข้อเรื่อง *ผู้สูงอายุ ในฐานะวิศวกรการเมือง* ให้ผู้สูงอายุ ณ จังหวัดระยอง เพื่อสนับสนุนกิจกรรมระหว่างผู้สูงอายุ และยังกระตุ้น ให้นำเอาประสบการณ์ไปช่วยพัฒนาชุมชนที่อาศัยอยู่ กุมภาพันธ์ 2543
จัดงานพรรคความหวังใหม่พบประชาชน โดยเชิญหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2543 มีผู้เข้าร่วมประมาณ 15,000 คน ในเขตมีนบุรี
ร่วมประชุมสัมมนาในหัวข้อเรื่อง *ผู้หญิงกับการเมือง* ของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาหญิง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อกุมภาพันธ์ 2543
ในตำแหน่ง รองเลขาธิการพรรคความหวังใหม่ (2543)
ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในเขตกรุงเทพฝั่งตะวันออก และคัดเลือกผู้ลงสมัครในแต่ละพื้นที่จำนวน 26 เขต เพื่อเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการของพรรค
ชี้แจงความจริง กรณีแผนแม่บทของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และโครงการรถไฟฟ้ามหานคร (รถไฟฟ้าใต้ดิน) โดยการจัดทำแผ่นพับเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ให้กับชาวกรุงเทพมหานคร กรกฎาคม 2543
จัดการสัมมนาในหัวข้อเรื่อง *ความปลอดภัยในวัยศึกษา* เพื่อหามาตรการในการป้องกันภัยอันตรายที่อาจจะเกิดกับเด็กนักเรียน โดยประสานงานกับหน่วยราชการ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง สิงหาคม 2543
จัดงานเดินต้านภัยยาเส พติดเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ณ บริเวณหน้าสำนักงานเขตส วนหลวง เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนและเยาวชน หันมาร่วมมือร่วมใจป้องกันภัยยาเส พติด กันยายน 2543
สนับสนุนให้ชุมชนมีการรวมตัวอย่างเข้มแข็งและมีกิจกรรมร่วมกัน โดยจัดงบประมาณจาก *มูลนิธิปฏิรูปการศึกษาและสังคม* ที่เป็นประธาน เช่น การจัดมอบอุปกรณ์ดับเพลิงให้กับชุมชนภูมิสุข การจัดเลี้ยงไอศกรีมให้กับเด็กทุกชุมชน นักเรียนทุกโรงเรียนในเขตสวนหลวงและประเวศ การจัดมอบถังขยะให้กับชุมชนดาราฉาย ชุมชนพัฒนาริมคลองบ้านป่า การจัดมอบวัสดุเพื่อใช้ก่อสร้างบันไดทางขึ้นศูนย์ป้องปรามยาเสพติด ชุมชนหัวป่า-ยาใจ-สะและน้อย การจัดมอบเครื่องเล่นเด็กเล็ก ที่ชุมชนโรงหวาย ชุมชนโรงถ่าน รร.นาคนาวาอุปถัมภ์ เป็นต้น
เก็บข้อมูลโรงเรียนในฝัน และชุมชนในฝัน เขตสวนหลวง – ประเวศ ทั้งหมด เพื่อเมื่อได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนเขตสวนหลวง – ประเวศ จะได้มีข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาทันที พฤษภาคม – กรกฎาคม 2543
มอบวัสดุเพื่อปรับปรุงถนนหลังสถานีรถไฟหัวหมาก โดยประสานขอรับการสนับสนุนแรงงานจากหน่วยทหาร
มอบข้าวสาร 300 กระสอบ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมร่วมกับไทยรัฐ กันยายน 2543
จัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน เช่น การจัดทัศนศึกษาสำหรับชมรมผู้สูงอายุพื้นที่สวนหลวง ประเวศ ฯลฯ ตุลาคม 2543
จัดการบรรยายในหัวข้อ *พรรคความหวังใหม่พรรคของชาวมุสลิม* โดยเชิญหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคความหวังใหม่ เป็นผู้บรรยาย ณ มัสยิดอัลเอีียะติซอม เขตสวนหลวง ตุลาคม 2543
จัดงานสัมมนาการศึกษาไทยหลังปี 2000 เขตสวนหลวง เขตประเวศ ตุลาคม 2543
สนับสนุนให้เยาวชนหันมาสนใจกีฬา เพื่อเป็นการป้องกันปัญหายาเสพติดอีกทางหนึ่ง โดยการมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับทุกโรงเรียน และทุกชุมชนในเขตสวนหลวง และแขวงประเวศ ตุลาคม 2543
ประสานงานระหว่าง 2 หน่วยงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับกรุงเทพมหานครเพื่อทำสวนสาธารณะบนพื้นที่ของเอกชน 37 ไร่ บริเวณสี่แยกพัฒนาการ ตุลาคม 2543