นโยบายทางการเมืองปี ๒๕๔๓

นโยบายทางการเมืองปี ๒๕๔๓

(1) มาตรฐานการศึกษาต้องแก้ไขก่อน ตามนโยบายปฏิรูปการศึกษาของนายสุขวิช รังสิตพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่เป็นที่มาของพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบัน

– จะดำเนินนโยบายใต้ปรัชญา ให้เด็กรู้จักตัวเองเพื่อรู้จักโลกและก้าวหน้าทันโลก

– ไม่เลือกเด็กมาพัฒนา แต่ต้องพัฒนาเด็กโดยไม่คัดเลือก

– สนับสนุนและยกย่องครูเป็น “วิศวกรสังคม” เพราะครูคือ พื้นฐานของการสร้างสังคมที่ดี

– สร้างเครือข่ายศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตามสถานที่ราชการ และเอกชน เพื่อเด็กจะได้อยู่ใกล้ผู้ปกครอง

– สนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานฟรี 12 ปี

– สนับสนุนให้เด็กนักเรียน เรียนโรงเรียนใกล้บ้าน และส่งเสริมให้โรงเรียนรับเด็กในพื้นที่ รัศมีที่กำหนดรอบทั้งหมดที่ต้องการเข้าโรงเรียนนั้น(รวมถึงเด็กพิการ และเด็กที่ไม่มีทะเบียน) เพื่อลดปัญหาเด็กเร่ร่อน

– ส่งเสริมให้โรงเรียน เป็นที่สันทนาการและเล่นกีฬาในชุมชนเพื่อสนับสนุนให้ผู้สูงอายุ ผู้ปกครอง และเด็ก มีความใกล้ชิดและมีโรงเรียนเป็นศูนย์กลาง

– ส่งเสริมโรงเรียนสังกัด กรุงเทพมหานคร ให้ได้มาตรฐานเป็นโรงเรียนสาธิต กรุงเทพมหานครเพื่อเด็กจะได้เลือกเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน

– ส่งเสริมโรงเรียนขยายโอกาสให้เป็นมัธยมแบบผสม ให้โอกาสเลือกเรียนตามความถนัด

– ส่งเสริมด้านการศาสนาและคุณธรรมด้วยโครงการ บ้าน มัสยิด หรือ วัด และ โรงเรียน เพื่อลดช่องว่างระหว่าง 3 สถาบันหลักที่อยู่รอบตัวเด็ก

– ส่งเสริมการจัดตั้ง วิทยาลัยเกษตร และเทคโนโลยี (มุสลิม) ในเขตหนองจอก

(2) บ้านจัดสรรไม่เดือดร้อน กระจายอำนาจและงบประมานให้อบต. ตามรัฐธรรมนูญ 2540 ต้องกระจายงบประมาณให้กับชุมชนจัดสรรเช่นเดียวกัน

– ส่งเสริมให้จัดตั้งเป็นชุมชนจัดสรรตามระเบียบกรุงเทพมหานคร เพื่อจะได้รับการดูแลจากกรุงเทพมหานครอย่างทั่วถึง

– กระจายงบประมาณให้ ชุมชนบ้านจัดสรรได้บริหารงานเอง เพื่อแก้ไขปัญหาของตนเองทั้งด้านสาธารณูปโภค และการจัดตั้งศูนย์บริการต่างๆ ตามความต้องการ เช่น ศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์สุขภาพ ศูนย์ส่งเสริมอาชีพหรือศูนย์สุขภาพ และศูนย์รักษาความปลอดภัย ฯลฯ

– ให้ชุมชนบ้านจัดสรร ร่วมออกกฏระเบียบ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เกิดการประสนงานที่ดี

– สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชนบ้านจัดสรร ในการบริหารโครงการของกรุงเทพมหานคร

(3) จราจรไม่ติดขัด วัตถุประสงค์ จะทำให้การเดินทางจากชานเมืองเข้าเมือง ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 30 นาที

– สนับสนุนโครงการรถขนคนและถนนขนรถ ของ คุณพ่อ สุขวิช รังสิตพล ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทยคนที่ ๕ และ ประธานองค์การรถไฟฟ้ามหานครคนที่ ๓

1. ทำตามแผนแม่บทรถไฟฟ้าใต้ดิน ปี 2537 สมัยที่นายสุขวิช รังสิตพล เป็นประธานคณะกรรมการกำกับการ โครงการรถไฟฟ้ามหานคร (2536-2537) และ รองนายกรัฐมนตรีรัฐบาลชวน 1 (ปี 2537) ได้วางนโยบายไว้ตามโครงการปี 2538 – 2544 (ปี 2536 – 2537) ที่ล่าช้าให้แล้วเสร็จเร็วขึ้น

2. ทำตามแผนแม่บทการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ปี 2536 ที่นายสุขวิช รังสิตพล สมัยเป็นผู้ว่าการการทางพิเศษ (2536 – 2537) มีโครงการทางด่วน 300 กม. เป็นเครือข่ายใยแมงมุมาตามโครงการ ปี 2536 – 2541 ที่ล่าช้าให้เสร็จเร็วขึ้น (สำหรับระบบขนรถและรถขนคนเสร็จล่าช้านั้น เพราะในช่วงปี 2538 มีความเห็นขัดแย้ง เรื่องการแก้ไขปัญหาจราจร ทำให้โครงการในหน่วยงานต่างๆชะงัก และบางโครงการถึงกับต้องยกเลิก เช่น โฮปเวลล์ ฯลฯ)

– สร้างถนนกรุงเทพมหานคร และกรมทางหลวง รองรับระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน และทางด่วน เป็นเครือข่ายทั่วกรุงเทพมหานคร ตลอดจนสร้างสะพารข้ามทางแยก แบบเดียวกับสะพานลอยไทย

– เบลเยี่ยม ที่บริเวณสี่แยกพัฒนาการ ติดกับศรีนครินทร์ อ่อนนุชติดกับศรีนครินทร์ อ่อนนุชกับปุณวิถี แยกรามอินทราตัดกับถนนสุขาภิบาล 1 ฯลฯ

– จัดสถานที่จอดรถแท๊กซี่ให้มีเบอร์เรียกรถแท๊กซี่ โดยรัฐ จะประสานกับองค์การโทรศัพท์และออกค่าใช้จ่ายเองเพื่อประชาชน

– จัดตลาดนัดเคลื่อนที่ทั่วทุกเขต โดยร่วมมือกับเอกชน เพื่อกระจายสินค้าราคาถูกและบรรเทาปัญหาจราจร

(4) ชุมชนแออัดมีทางแก้ วัตถุประสงค์ เพื่อให้ชุมชนแออัดได้รับงบประมาณ ชุมชนละ 1 ล้านต่อปีทุกชุมชน เช่นเดียวกับที่กำลังมีการดำเนินการในชนบทตามรัฐธรรมนูญ ข้อ 198 และ 199 ตามรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (๒๕๔๐)

– ได้บริหารโครงการร่วมกับกรุงเทพมหานครเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนภายใต้โครงการ “สังคมน่าอยู่ ชุมชนต้องเข้มแข็ง ประชาชนต้องร่วมแรง รัฐต้องอุ้มชู” เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์สุขภาพ ตำรวจชุมชน ชมรมผู้สูงอายุหรือโครงการอื่นๆ ตามความต้องการของชุมชนให้ครบทุกแห่ง

– ให้ชุมชนแออัดร่วมออกกฏระเบียบ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

– ส่งเสริมให้มีการปกครองตนเองลักษณะเดียวกับ อบต. ในทุกชุมชน

– ส่งเสริมให้ชุมชนในเขตปริมณฑลมีศักยภาพในด้านการผลิตระดับครัวเรือน เช่น ผลิตอาหารสากลเพื่อส่งออก

– ส่งเสริมการฝึกอาชีพเคลื่อนที่ ให้บริการถึงชุมชน

(5) เศรษฐกิจแย่ต้องแก้ไขด้วยการท่องเที่ยว วัตถุประสงค์ เพื่อนำรายได้จากกระเป๋านักท่องเที่ยว มาสู่กระเป๋าประชาชน เป็นอีกหนทางเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

– ส่งเสริมให้ชุมชนต่างๆ อนุรักษ์วัฒนธรรม เช่น ชุมชนมุสลิม ชุมชนจีน ชุมชนพื้นเมืองทุกภาค ชุมชนไทยดั้งเดิม และ ชุมชนมอญและรายได้จากการแสดงหรือการขายของที่ระลึกจะได้รับการลดหย่อนภาษี – สร้างสาธารณูปโภค เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดริมฝั่งแม่น้ำ

– ส่งเสริมให้ โรงแรมต่าง ๆ ใช้วัฒนธรรมไทยในการให้บริการนักท่องเที่ยว

– สนับสนุนให้เรียนภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับนักท่องเที่ยว

– จัดทัวร์พานักท่องเที่ยวต่างประเทศ ชมวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวชุมชนแออัด เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน

– สร้างเครือข่ายระหว่างตำรวจท่องเที่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักแรมของเอกชน เพื่อรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

– ส่งเสริมการจัดตั้ง วิทยาลัยการโรงแรมและการท่องเที่ยวแบบไทย เช่น ในจังหวัดอุดรธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ (สร้างปี พ.ศ. 2540 – 2541)

(6) บ้านเมืองเขียวสิ่งแวดล้อมดี

– ยกเลิกการใช้ความหนาแน่นของประชากร เป็นตัวกำหนดงบประมาณ โดยกระจายงบประมาณในการจัดสร้างสาธารณูปโภค ไปยังพื้นที่ต่างๆ เท่าเทียมกัน

– จัดระบบเก็บและทำลายขยะ ที่ไม่แพร่กระจายหมอกควันและพิษ

– กำหนดผังเมืองให้มีองค์ประกอบของพื้นที่สีเขียว พื้นที่อยู่อาศัย และ พื้นที่อุตสาหกรรม อย่างสมดุล – ปรับปรุงลำคลอง และ แม่น้ำ ต่างๆทั่วประเทศ ให้สะอาดสวยงาม

– ขยายการให้บริการ โรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข

– จัดสร้างสวนสาธารณะ และพิพิธภัณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมทั่วทุกพื้นที่

(7) ไม่มียาเสพติด

– จะช่วยผู้ติดยาเสพติด โดยบำบัดรักษาอย่างเพียงพอโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

– ร่วมมือกับตำรวจ โดยการตั้งกองทุนปราบยาเสพติด

– สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง ศูนย์บำบัดรักษายาเสพติด และหน่วยงานของรัฐ (สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด และสำนักงานตำรวจปราบปรามยาเสพติด)

โดยตั้งกองทุนปราบปรามยาเสพติด โดยให้ผู้เสพคือผู้ป่วย ดิฉัน คิดว่าคนไทย ในทศวรรษใหม่นี้ ต้องอยู่ร่วมกันด้วยมิตรภาพระหว่างคนกับคน ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมอันนี้เป็นบรมธรรม การไปเอาอย่างอื่นเป็นตัวตั้งจะทำให้การกระทำผิดพลาด เพราะมันเป็นมัจฉาทิฐิ เช่น ขณะนี้โลกเอาเงินเป็นตัวตั้งคนวิ่งเข้าหาเงิน แล้วทำลายทุกสิ่งทุกอย่างได้หมด ดังนั้น ต้องเปลี่ยนจุดมุ่งหมายใหม่ คือการอยู่ร่วมกันอย่างมีคุณธรรม

ผลที่เกิดขึ้นจะเป็นวัฒนธรรม เราจะต้องเอาวัฒนธรรมเป็นพื้นฐาน วัฒนธรรมนั้น คือ วิถีชีวิตที่จะอยู่ร่วมกัน ซึ่งมีทั้ง เศรษฐกิจ จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม การเมือง และจิตวิญญาณ ถ้าเราไปหวังทางด้านเศรษฐกิจจะเป็นการแบ่ง ส่วนคนเพื่อเงิน โครงสร้างในสังคมขณะนี้เป็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจเงิน เพราะฉะนั้นถ้าเรามีทัศนะใหม่ มีจิตสำนึกใหม่ มีจุดมุ่งหมายใหม่ ของการอยู่ร่วมกัน ตัวโครงสร้างต้องปรับเปลี่ยนจากโครงสร้างอำนาจเงินไปเป็นโครงสร้างที่มีความสัมพันธ์กัน คือ ความเป็นชุมชน

ซึ่งเรื่องประชาสังคมสิ่งต่างๆนี้ คือโครงสร้างทางศีลธรรมและจะก่อให้เกิด ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจแบบพอเพียงตามมา โดยการบริหารที่นำเอาความฉลาดของภูมิปัญญาท้องถิ่น ความอ่อนน้อมถ่อมตน และวัฒนธรรมไทยเข้ามาใช้ การบริหารงานของรัฐบาล ที่สำคัญต้องให้ความสำคัญต่อชุมชนไม่ใช่ดูถูกเอกลักษณ์หรือลักษณะเฉพาะของชุมชน โดยพยายามเอาแบบแผนการพัฒนาจากส่วนกลางไปกำหนด และในที่สุดก็จะทำลายลักษณะเฉพาะของแต่ละชุมชนนั้น

ดิฉันจึงคิดว่าต้องกระจายอำนาจสู่ชุมชน โดยการกระจายงบประมาณลงไปยังชุมชน เพื่อให้คนในชุมชนคิดกันเองว่า ชุมชนต้องการอะไร เช่น บางชุมชนต้องการศูนย์ปราบปรามยาเสพติด บางชุมชนต้องการศูนย์เด็กเล็ก บางชุมชนต้องการศูนย์สุขภาพ บางชุมชนต้องการศูนย์ส่งเสริมอาชีพ หรือบางชุมชน อาจต้องการศูนย์รักษาความปลอดภัย เพื่อการคิดและสร้างสรรสิ่งที่ดีโดยคนในชุมชน โดยมีรัฐบาลสนับสนุน การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ระบบชุมชนเข้มแข็งจะช่วยส่งเสริมระบอบรัฐสภาให้เข้มแข็ง โดยแสดงบทบาทกำหนดรูปธรรม ของการพัฒนารูปธรรมตามความต้องการของชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ อย่างเป็นจริง และสอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเท่ากับเป็นการควบคุมนักการเมืองที่ทำการเมือง เพื่อปกป้องธุรกิจของตนและพวกพ้อง และจะพัฒนาเป็นกระบวนการแห่งการอยู่ร่วมกัน พึ่งพากันของมนุษย์ในสังคมและในธรรมชาติอย่างสันติสุข