พันโทหญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล ประวัติผลงานแนวการทหาร

พันโทหญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล ประวัติผลงานแนวการทหาร

พันโทหญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนักการเมืองสตรีชาวไทย ได้รับเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ในฐานะโฆษกกระทรวงกลาโหมคนแรก (ปี พ.ศ. ๒๕๓๘-๒๕๔๐) ในสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีบรรหาร ศิลปอาชา

พันโทหญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาการหนีทหาร โดยการเสนอให้ทหารเกณฑ์ได้รับเบี้ยเลี้ยงเท่ากับค่าแรงขั้นต่ำ

นอกจากนี้ยังเสนอให้ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้นให้ใช้อำนาจตาม พระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพ.ศ. ๒๕๓๙ ทำให้ทหารเกณฑ์ได้รับเบี้ยเลี้ยง เท่ากับค่าแรงขั้นต่ำเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อแก้ไขปัญหาการหนีทหาร ในอดีตมีคดีการหนีทหารของบุคคลมีชื่อเสียงในสังคมหลายคดี รวมถึงคดีหนีทหารของบุคคลทั่วไป เพราะทหารเกณฑ์ไม่มีค่าตอบแทน

การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอนุมัติงบประมาณหลายพันล้าน เพื่อจ่ายเป็นเบี้ยเลี้ยทหารเกณฑ์มีหลายฝ่ายไม่เห็นด้วย ทำให้ พันโทหญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุลถูกนายเสนาะ เทียนทอง โจมตีว่าการที่ขออนุมัตินโยบายดังกล่าวสำเร็จเป็นเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว

โฆษกกระทรวงกลาโหมคนแรก (ปี พ.ศ. ๒๕๓๘-๒๕๓๙) ในสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีบรรหาร ศิลปอาชา และ รัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ

ผู้พันปรางได้ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหา การหนีทหาร โดยการเสนอให้ ทหารเกณฑ์ ได้รับเบี้ยเลี้ยงเท่ากับค่าแรงขั้นต่ำ เป็นผลสำเร็จในรัฐบาลนายกรัฐมนตรีบรรหาร ศิลปอาชา

โฆษกกระทรวงกลาโหม(ปี พ.ศ. ๒๕๓๙-๒๕๔๐) สมัยรัฐบาล พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธประสบความสำเร็จในการผลักดันนโยบายดังต่อไปนี้ ในปี ๒๕๔๐

๑) การแต่งตั้ง นายพลหญิงเพื่อความเท่าเทียมกันในสาขาวิชาชีพ และท่านผู้หญิงอภิรดี ยิ่งเจริญ ได้รับการแต่งตั้งเป็นคนแรก เมื่อ ๒๓ เมษายน ๒๕๔๐ (http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2540/B/008/2.PDF)

๒)โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการกระทรวงกลาโหม เพื่อปรับลดขนาดของข้าราชการและเพิ่มประสิทธิภาพ ตามมติคณะรัฐมนตรี ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๐ 
เป็นระเบียบปฏิบัติในกองทัพ จนถึงปัจจุบัน

http://digi.library.tu.ac.th/thesis/po/0038/08CHAPTER_3.pdf

http://www.cabinet.soc.go.th/soc/Program1-4-2.jsp?t_ser=8364&gcode=14591&Txt_condition=

ปี ๒๕๔๐ พันโทหญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล เสนอการปฏิรูประบบทหารเกณฑ์ https://www.gotoknow.org/wiki/pages/436

ใน พ.ศ. ๒๕๔๔ พันโทหญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล เป็นนายทหารหญิงคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย

ใน พ.ศ. ๒๕๔๕ พันโทหญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล เป็นผู้ดูแลการก่อตั้ง โรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง ศูนย์วิวัฒน์พลเมือง กระทรวงกลาโหม

นโยบายการเกณฑ์ทหาร(การปฏิรูป) กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๔๐ 

สิ่งที่แก้ไข

๑) “การปฏิรูปกองทัพสมัยรัชกาลที่ ๕(ยกเลิกระบบทาสและระบบไพร่เป็นระบบการเกณฑ์ทหาร)”การเกณฑ์ทหารของรัฐไทยโบราณเป็นไปในลักษณะที่ทุกคนอยู่ภายใต้ความสัมพันธ์อุปถัมภ์ ระหว่างขุนนางและไพร่ หมายความว่าชายไทยทุกคน มีหน้าที่ต้องทำงานให้รัฐผ่านการทำงานให้ขุนนาง (ระบบไพร่) ไพร่หลวงก็ต้องทำงานรับใช้ พระมหากษัตริย์ หรือบางคนไม่ต้องการทำงานรับใช้ ก็สามารถจ่ายเงินให้แก่ขุนนางเพื่อแลกกับการไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงาน เมื่อโลกมีความก้าวหน้าทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ทำให้ลักษณะการเกณฑ์ทหาร แบบเดิมได้ทหารท่ีไม่มีความสามารถในการใช้อาวุธสมัยใหม่ และรัฐไทยกำลังเผชิญกับปัญหา ของการก่อกบฏภายในราชอาณาจักรและการคุกคาม ของลัทธิล่าอาณานิคม ส่งผลให้รัฐไทยจำต้องปรับตัว ซึ่งการปรับตัวของรัฐไทย คือการปฏิรูปกองทัพให้ ทันสมัย โดยการสร้างกฎเกณฑ์การเกณฑ์ทหาร แบบใหม่หรือการปฏิรูปกองทัพ


๒) แนวทางการปฏิรูปกองทัพในยุคการปฏิรูปการเมืองและการปฏิรูปการศึกษา(รัฐบาลนายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา ที่เริ่มให้ค่าเบี้ยเลี้ยงเท่าค่าแรงขั้นต่ำ เพื่อการแก้ไขปัญหาการหนีทหาร ตามข้อเสนอของ พันโทหญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล โฆษกกระทรวงกลาโหม ๒๕๓๘-๒๕๔๐) การปฏิรูปกองทัพของไทย คือการปฏิรูปแนวทางการคัดเลือกทหารให้เป็นไปโดยสมัครใจ นโยบายของรัฐบาลที่แถลงในรัฐบาลเมื่อปี ๒๕๔๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(๒๕๓๘-๒๕๔๐)แถลงต่อรัฐสภาในวันพุธท่ี ๑๑พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๙ ซึ่งการแถลงการณ์ครั้งนั้นได้กล่าวถึงแนวนโยบาย ด้านความมั่นคง ที่ได้มีข้อเสนอใหม่ที่ ให้ปรับปรุงระบบการคัดเลือกทหารให้เป็นไปด้วยความสมัครใจ ดังนี้

“…๑๐.๑ นโยบายด้านการรักษาความมั่นคงของรัฐ…

๑๐.๑.๔ ปรับปรุงระบบการคัดเลือกทหารใหเ้ ป็นไป ด้วยความสมัครใจ

๑๐.๑.๕ ส่งเสริมและสนับสนุนให้กองทัพ มีส่วนร่วมในการ ช่วยผลิตกำลังคนเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการ ฝึกอาชีพให้แก่ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทหาร…”( ข้อตกลงระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ(สุขวิช รังสิตพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๓๘-๒๕๔๐ และกระทรวงกลาโหม(พันโทหญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล โฆษกกระทรวงกลาโหม ๒๕๓๘-๒๕๔๐)

ภายหลังการประกาศนโยบายต่อรัฐสภา(๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๙)

กระทรวงกลาโหม ได้รายงาน ความคืบหน้าถึงแนวทางใหม่ของระบบการคัดเลือก ทหารว่า กระทรวงกลาโหมได้ดำเนินการจัดระบบงานทหารกองประจำการอาสาสมัครขึ้น ให้มีผล บังคับใช้ต้ังแต่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ และคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๔๐
เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องสนับสนุน และปฏิบัติตามแผนงานทหารกองประจำการอาสาสมัคร
มีคณะกรรมการอำนวยการ แผนงานทหารกองประจำการอาสาสมัคร
รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานกรรมการ

ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กรรมการทำหน้าที่ช่วยประสานงานและสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้แผนงานทหารกองประจำการอาสาสมัคร บรรลุวัตถุประสงค์เป็นผลสำเร็จตามนโยบาย

นอกจากนี้กระทรวงกลาโหมได้กำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์และวิธีการในการรับสมัครตามความ ต้องการของเหล่าทัพ
การคัดเลือกทหารแนวทางใหม่ ได้จัดระบบการฝึกและระยะเวลาประจำการทั้งหมด ๔ปี โดยปีที่ ๑-๒ จะได้รับการฝึกตามหลักสูตรขั้น สูงสุด สอดแทรกการศึกษาและฝึกวิชาชีพ

ปีที่ ๓-๔ จะเป็นการฝึกทบทวนและส่งเสริม ด้านการศึกษาและวิชาชีพเพื่อเตรียมการเข้าสู่การ ประกอบอาชีพหลังจากปลดประจำการต่อไป ซึ่งใน แผนงานทหารอาสาสมัครได้วางมาตรการจูงใจให้ประชาชนสมัคร เป็นทหาร คือ

เรื่องการศึกษา การฝึกวิชาชีพ กับสิทธิและค่าตอบแทนต่างๆ เป็นต้น ท้ังนี้ระบบการ คัดสรรรูปแบบใหม่ได้วางแผนว่าจะเริ่มเปิดรับสมัคร คู่ขนานกับทางเลือกระบบเดิม

เกิดวิกฤตเศรษฐกิจคร้ังใหญ่ พ.ศ. ๒๕๔๐ อันเป็นจุดส้ินสุดของทางเลือกใหม่ของระบบการ เกณฑ์ทหารของไทย

พ.ท.หญิง ฐิฏา รังสิตพล ยังมีผลงานที่สำคัญ อาทิ

การรณรงค์ให้โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร สอนภาษาอังกฤษและคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เช่นเดียวกับโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ตามนโยบายการปฏิรูปการศึกษาของนายสุขวิช รังสิตพล การปฏิรูปการศึกษาที่เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งคือ ต้นแบบของร่างพระะราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติปี พ.ศ. 2542

ปี พ.ศ. 2562 จากกรณี คนหนักแผ่นดิน เสนอให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร โดยไม่มีมาตราการรองรับ

อ้างอิงข้อมูลจาก

ตัดงบเลิกเกณฑ์ทหาร แล้วใครปกป้องแผ่นดิน” (https://bit.ly/2UScBXd)

“ปรับลดงบกองทัพ” (https://bit.ly/2YlciGO)

แนวทาง การเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ เพิ่มเติมจากปี พ.ศ. 2540

คุณพ่อ สุขวิช รังสิตพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ข้อมูลอ้างอิง (https://web.archive.org/web/20190111114617/http://www.moe.go.th/moe/upload/news_research/htmlfiles/23071-3015.html)

พี่น้องประชาชนที่จบอาชีวะศึกษาคือกำลังสำคัญทำให้อุตสาหกรรมของประเทศไทยมีอันดับที่ดีขึ้นในระดับโลกจากทั้ง 160 ประเทศ ในปี พ.ศ. 2562

ทางกระทรวงกลาโหม ก็ต้องหาข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรม ถึงคุณสมบัติที่เป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานไทยที่ยังขาดแคลนในภาคอุตสาหกรรม โครงการของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการค่ะ รวมถึงการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน ภายใต้แนวคิดเชิงเทคโนโลยีและนวัตกรรม กระทรวงกลาโหมต้องประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการ หาหลักสูตรที่เหมาะสม เพื่อจูงใจให้คนไทยสมัครเป็นทหารด้วยความเต็มใจ

ซึ่งการให้องค์ความรู้ ที่จะทำให้ทหารเกณฑ์ที่ปลดประจำการคือวิธีที่จะทำให้มีผู้สมัครใจเป็นทหารมากขึ้นค่ะ

เนื่องเพราะการศึกษาคือ หลักประกันว่าบุคคลจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ

คำพูดของคุณพ่อสุขวิช ที่พูดเสมอว่าเราต้องให้การศึกษา กับปวงชนชาวไทยทุกคน โดยเท่าเสมอภาคตามความต้องการ ในทุกช่วงอายุค่ะ

เนื้อหาภาษาอังกฤษ

On 16 September 1996, while in Jomtien Beach, Education Minister Sukavich Rangsitpol gave his view on the issue:

I strongly believe that, as a citizen of the world, any person has the right to learn and should be entitled to have access to education according to their competency and needs. It is essential that the government provide educational services that respond to the people’s needs. Education, therefore, has to be organized in such a way that people from all walks of life can participate in educational activities at levels and times of their preference.

All sort of boundaries, be their gender, age, socio-economic status, physical or mental disabilities have to be eliminated. To achieve this, we have to distinctively promote continuing and lifelong education, the form of education which is responsive to individual needs and preferences. With educational facilities and a variety of educational programs available, people can make use of the learning centre as a place to acquire technical skills or knowledge adaptive to their work and daily life activities.

The Minister of Education launched a series of education reforms in 1995. The aim was to enhance the quality of education from 1995 to achieve educational excellence by 2007.

ใส่ความเห็น